รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ร่วมการประชุมสนับสนุนมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) มช. ร่วมการประชุมสนับสนุนมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 2 อาคารหอประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวข้อดังนี้
การใช้เทคนิคทางอุตุนิยมวิทยาเพื่อลด PM 2.5
กรมฝนหลวงและวิทยาการบิน ร่วมกับ กองทัพอากาศ ดำเนินการแก้ปัญหาภาวะ Inversion (ภาวะอากาศปิดที่ทำให้ฝุ่นสะสมอยู่ในระดับล่าง) โดยใช้ น้ำแข็งแห้ง กระจายขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศระดับสูง
ทำให้ PM 2.5 ไม่สะสมในระดับล่าง แต่ลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศระดับบนและเจือจางตามธรรมชาติ
ใช้เครื่องจักรในการดักจับเพื่อลดและฟื้นฟูสภาพอากาศของฝุ่น
การใช้ฝนเทียมและเทคนิคการลดฝุ่นในอากาศ
กรมฝนหลวงและกองทัพอากาศ ใช้เทคนิคทำฝนเทียม โดยปล่อยละอองน้ำเย็นจากระดับความสูง 20,000 ฟุต
ดำเนินการในช่วงเดือน มีนาคม - เมษายน เพื่อให้ฤดูร้อนกลายเป็นฝนตก และช่วยชะล้างฝุ่น PM 2.5 ออกจากชั้นบรรยากาศ
การควบคุมจุด Hotspot และไฟป่า
กระทรวงกลาโหมจัดเครื่องบินลาดตระเวน รวม 20 ลำ เพื่อเฝ้าติดตามการเกิดจุดความร้อน (Hotspot)
หากพบไฟป่า จะมีการระดมทีมเข้าดับไฟภายใน 24 ชั่วโมง
ดำเนินการในช่วงเดือน มีนาคม - เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเผาป่ามากที่สุด
การจัดตั้ง War Room และระดมอาสาสมัครดับไฟป่า
อบจ.เชียงใหม่ จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
ระดมอาสาสมัครดับไฟป่า 10,000 คน และจัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมใช้งาน
มีการใช้โดรนตรวจการณ์ ติดตามพื้นที่เผาไหม้ และส่งทีมเข้าไปดับไฟในรัศมี 5-10 กิโลเมตร จากจุดเผาไหม้
บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ หน่วยกู้ภัย
การลดการเผาในที่โล่งและการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร
อบจ.เชียงใหม่ จัดหาโรงไฟฟ้าชีวมวล ให้เกษตรกรนำเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ฟางข้าว มาแปรรูปเป็นพลังงาน
จัดตั้งจุดรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตร 200 จุด ทั่วทุกจังหวัดเกษตรกรสามารถขายเศษวัสดุให้โรงไฟฟ้าในราคากิโลกรัมละ 1.4 บาท ลดการเผาในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิด PM 2.5 ที่สำคัญ